B.B. King – Live at the Regal

B.B. King – Live at the Regal

B.B. King – Live at the Regal

ถ้าจะพูดถึงนักดนตรีบลูส์ที่ประสบความสำเร็จและมีอิทธิพลกับนักดนตรีรุ่นหลังมากที่สุดก็เห็นจะไม่มีใครเกิน B.B. King ถ้าไม่นับว่าบีบีถือเป็นคนที่สุขภาพดีมีอายุยืนยาวส่งผลให้ได้ทำงานเพลงออกมาอย่างต่อเนื่องผ่านหลายยุคหลายสมัยแล้ว วิธีการเล่นและร้องของเขาถ้าเทียบกับเหล่าศิลปินระดับตำนานในยุคเดียวกันนั้น จะเห็นได้ว่าดนตรีในลักษณะของบีบีคิงนั้นจะมีความร่วมสมัยอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นยุคใดสมัยใดก็ตาม จนอาจจะพูดได้ว่านี่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ดนตรีของเขานั้นมีอิทธิพลมากต่อวงการบลูส์ เพราะลักษณะที่ร่วมสมัยนั้นเป็นปัจจัยเชื่อมสำคัญที่ทำให้นักดนตรีจากต่างถิ่นต่างวัฒนธรรมรู้สึกได้ว่าบลูส์นั้นไม่ใช่เป็นเรื่องของคนดำจากตอนใต้เพียงอย่างเดียว ใครๆก็สามารถเข้าถึงบลูส์และตีความบลูส์ในแบบของตนได้ นอกจากนี้ดนตรีที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าบลูส์แบบ traditional ก็ยังเป็นการเปิดประตูบานใหม่ สร้างกลุ่มผู้ฟังใหม่ๆ และเบิกทางไว้ให้กับนักดนตรีรุ่นหลังๆได้มีโอกาสสร้างงานและถูกค้นพบได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ผมเชื่อแน่ๆว่าหลายท่านๆที่เป็นแฟนดนตรีบลูส์จะมีอัลบั้มของบีบีคิงอยู่ในครอบครองจำนวนหนึ่ง ส่วนใหญ่ถ้าทันซื้อกันก็อาจจะเป็นอัลบั้มที่ออกมาตั้งแต่ช่วงยุค 90’s เรื่อยมาจนอัลบั้มสุดท้ายก่อนที่เขาจะเสียชีวิต แต่อัลบั้มที่ผมอยากจะแนะนำวันนี้คืออัลบั้มที่ออกมาตั้งแต่ปี 1965 ครับ ชื่อว่า Live At The Regal ถ้าถามว่าทำไมต้องอัลบั้มนี้ ทั้งๆที่อัลบั้มอื่นที่ดีๆก็เยอะมาก ก็ต้องบอกเลยครับว่าเวลาผมอ่านบมสัมภาษณ์นักดนตรีบลูส์ระดับแถวหน้าของวงการทีไร ไม่ว่าจะเป็น Eric Clapton, John Mayall, Mark Knopfler, John Mayer , Jimmie Vaughan และศิลปินอื่นๆอีกหลายคนนั้น หากมีการพูดถึงบีบีคิงก็ต้องมีชื่ออัลบั้มนี้เอ่ยขึ้นมาแทบจะร้อยทั้งร้อยในฐานะอัลบั้มที่เป็นแรงบันดาลใจ

ตรงนี้หากท่านลองไปฟังจะเห็นได้ชัดเจนครับว่าต่างกับภาพของบีบีที่เราคุ้นเคยในยุคหลังๆพอสมควรเลยทีเดียว บีบีในปี 65 นั้นเพิ่งจะอายุสี่สิบ ยังยืนไหวไม่ได้นั่งเก้าอี้อย่างที่เราคุ้นเคยกันในช่วงหลัง เป็นนักร้อง นักเล่าเรื่องในภาษาบลูส์ที่ดีที่สุดคนหนึ่งในวงการ และเล่นกีตาร์ดุดันกว่าที่เราๆอาจจะคุ้นเคยกันพอสมควรเลยครับ ทั้ง tone และ phrasing นับว่าเป็นอัลบั้มที่ดิบเอาเรื่อง แต่ก็เต็มไปด้วยพลังงาน โดยเฉพาะการโต้ตอบระหว่างบีบีเอง และคนดูใน Regal Theater ก็ยิ่งทำให้ได้บรรยากาศมากขึ้นไปอีก ตรงนี้ถ้าผู้อ่านท่านไหนมีเครื่องเสียงดีๆ เบียร์เย็นๆถือไว้ในมือ หลับตาลงพาลอาจจะจินตนาการไปได้จริงๆครับว่าเรานั้นนั่งอยู่ในบลูส์คลับหรือไม่ก็ไปอยู่ในคอนเสิร์ตตรงนั้นกับเขาด้วยจริงๆ

อัลบั้มนี้ครบเครื่องจริงๆอย่างที่เขาว่ากันครับไม่ว่าท่านจะเป็นแฟนเพลงบลูส์ฟังเพื่อความเพลิดเพลิน หรือนักดนตรีที่ต้องการศึกษาบลูส์จากหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดของตำนานบลูส์ที่ชื่อ B.B. King คนนี้ แนะนำให้หามาไว้ในครอบครองครับ

Rain

Rain

Rain

เริ่มเขียนให้กับ Bangkok Mojo อย่างเป็นทางการในหน้าฝน ผมก็เลยอยากจะเขียนอะไรเกี่ยวกับฝนสักหน่อย แต่ก่อนอื่นขออนุญาตอธิบายไว้ตรงนี้สักนิดหนึ่งครับ ว่าเราแพลนที่จะมีคอลัมน์เกี่ยวกับบลูส์ในหลายลักษณะ และคอลัมน์ บลูส์รำพึง ที่ผมเขียนอยู่นี้ก็จะเป็นบทความที่สัพเพเหระสักหน่อย ประมาณว่าช่วงที่เขียนอยู่นึกถึงเรื่องอะไรก็จะเขียนถึงเรื่องนั้น แต่ก็รับรองได้ครับว่าหากท่านผู้อ่านสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับดนตรีบลูส์เราจะไม่ทำให้ท่านเสียเวลารูดมือถือหรือนั่งหน้าคอมฯโดยเปล่าประโยชน์แน่นอน

ขณะที่กำลังเขียนอยู่นี้เมฆผนกำลังตั้งเค้า ลมพัดกลิ่นฝนมาแตะจมูกแล้ว ก็ทำให้นึกดีใจว่าชงกาแฟได้ถูกเวลาจริงๆ บ่ายนี้คงได้จิบกาแฟไปทำงานไปพร้อมกับฝนที่ตกอยู่ด้านนอก เพลินน่าดูครับ ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อเปิดเพลงเคล้าบรรยากาศ(ผมก็หนึ่งคนที่ติดนิสัยฟังเพลงผ่านทาง streaming ไปเรียบร้อย) บังเอิญจริงๆที่หนึ่งในเพลงที่แอพพลิเคชั่นมันสุ่มขึ้นมาคือเพลงที่ชื่อว่า “Rain” ของวงที่ชื่อว่า “Little Charlie & The Nightcats” ครับ เหมาะเจาะจริงๆเลยจะถือโอกาสนี้พูดถึงวงนี้เสียเลย

เพลงนี้มาจากอัลบั้มแสดงสดชื่อว่า “Captured Live” ครับ แต่งโดยนักร้องนำและมือฮาร์โมนิก้าของวง Rick Estrin ส่วนกีตาร์นั้นบรรเลงโดยหัวหน้าวง Charlie Baty ก็คงจะพอเดาได้นะครับว่าชื่อวงก็ตั้งตามชื่อของเขานั่นเอง วงนี้มีเรื่องให้พูดถึงเยอะครับ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการแต่งเพลงของ Rick Estrin อันนี้ต้องยกให้เขาเลยครับ เพราะว่าตั้งแต่ตั้งวงมาในปี 1987 จนมาถึงปัจจุบัน วงนี้แทบไม่เคย cover เพลงของใครเลยทั้งๆที่เป็นเรื่องปรกติมากๆในวงการบลูส์ เพลงของวงนี้เกินกว่า 90% คือปลายปากกาของเขาคนนี้ล้วนๆครับ อีกอย่างถ้าใครฟังภาษาอังกฤษเข้าใจหรือจะลองแปลเพลงของวงนี้ดู จะพบว่าฝีมือการเล่าเรื่อง หักมุม แทรกมุขตลกซึ่งเป็นลักษณะเด่นของเขานี่ไม่ธรรมดาเอามากๆครับ นอกจากนี้ฝีมือการเป่าฮาร์โมนิก้าของ Rick ตอนนี้ต้องถือได้ว่าเป็นตำนานของวงการคนนึงแล้วครับ ถือเป็น frontman ที่ครบเครื่องมากๆ ส่วนหัวหน้าวง/มือกีตาร์ Charlie Baty นั้นในวงการ Traditional Blues นั้นก็อยู่ในระดับปรมาจารย์คนหนึ่งครับ เรียกว่าไม่มีอะไรที่เขาเล่นไม่ได้ ลักษณะเด่นของการอิมโพรไวส์ของชาร์ลีนั้นคือความน่าตื่นเต้นและสดใหม่ตลอดเวลาครับ ไม่ใช่ผู้เล่นแบบ lick ต่อ lick แต่จะคิดสดๆตรงนั้นเลยจริงๆ เป็นคนที่เล่นกีตาร์ซนและสร้างสรรค์มากๆครับ วงนี้หลักๆคือสองคนนี้ครับก่อนที่ Charlie จะหยุดเล่นไปในลักษณะกึ่งรีไทร์เพราะไม่อยากเดินทางบ่อยๆ ทุกวันนี้หากท่านไหนอยากติดตามผมงานของวงนี้ก็สามารถติดตามได้ในชื่อ Rick Estrin & The Nightcats ครับ ทางวงยังมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมือกีตาร์ที่มาแรงที่สุดคนหนึ่งในวงการ Kid Andersen ครับ ซึ่งคนนี้ก็น่าสนใจมากๆสักวันคงมีโอกาสได้เขียนถึงเขาให้ได้อ่านกันครับ.

*หากโทนกีตาร์ของ Charlie Baty ในคลิปจะทำให้บางท่านคิดไปถึงโทนของเทพกีตาร์ SRV นั่นคือความคล้ายคลึงที่เกิดจาก combination นี้ครับ Strat คอดำ, สาย Gauge .11, Fender Super Reverb (cranked) ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่นิยมกันพอสมควรในกลุ่มมือกีตาร์สาย Traditional Blues ครับ